ดินแดนแห่งความรัก

posted on 22 May 2009 01:54 by tarlabgab
สวัสดีครับท่าน
หลังจากไม่ได้มีอะไรใหม่มาเล่าเป็นเวลานาน
ไม่ใช่ว่าชีวิตจืดชืดไม่มีอะไรจะเล่านะ แต่มันไม่มีเวลาจะมาเล่น

ไหนจะไปตีแบต ไหนจะดูหนัง ไหนจะไปเที่ยว ไหนจะกดเกม
เวลาอ่านหนังสือยังไม่ค่อยมีเรย อิ อิ อิ

วันนี้ก็ของ Post ซะหน่อย เผื่อมีใครสังเกตว่าหายไปนาน

ที่วันนี้ตั้งหัวข้อแบบนี้เนื่องจากเพิ่งสังเกตได้ว่าประเทศไทยเรานี่เป็นดินแดนแห่งความรักนะครับ
มองไปทางไหนก็มีแต่คนบอกให้รักกันสมานฉันท์กันเข้าไว้
เปิดทีวีดูข่าว ก็มีตัววิ่ง SMS มาบอกว่ารักกันไว้เถิด คนไทยรักกันไว้
รักสงบ มองไปทางไหนก็มีแต่คนชูป้ายว่าสันติ ไม่รุนแรง ไม่ใช้กำลัง...

ก็คงมีแต่คนบางพวกละมั้งครับที่ บ้านอยู่หลังเขา สัญญาณทีวี สัญญาณโทรศัพท์ เข้าไม่ถึง หรือไม่ก็ไม่รู้ว่าทีวีเปิดยังไง ถึงไม่เห็นว่าเขาบอกให้คนไทยรักกัน

เมื่อวานนี้ก็ไปตีแบตมาครับ วันนั้นเกิดเรื่องน่าเสียใจที่สุดคือ...
ไม้แบตอันใหม่หลุดมือครับ กระแทกพื้น สีถลอกเลย ฮือๆๆ ดีว่าไม่โดนหัวใคร

ตอนนี้เป็นวิกฤตการณ์ทางความรู้ครับต้องขอตัวก่อน อ่านหนังสือไม่ทันแล้ว แค่นี้นะ...

ปล. หน้าฝนแล้วนะครับ อย่าลืมพกร่มกันฝน ฝนจะได้ไม่ตก (ถ้าไม่เอาไปทีไรฝนตกทุกที)

น้องกุ้ง...

posted on 19 Apr 2009 23:52 by tarlabgab



หลังจากที่ลี้ภัยการเมืองไปซักครู่ ตอนนี้ก็มีเรื่องใหม่มาโม้ให้ฟังกันอีกแล้วครับ
ตอนนี้ขอว่าด้วยเรื่องของกุ้งครับ

หลังจากที่ได้ไปกินกุ้งอยุธยามาทีนึงแล้วนะครับ
สงกรานต์นี้ก็ได้ไป ทำบุญไหว้พระ และ กินกุ้งกันเล็กน้อย ครับ อิ อิ อิ

ที่แรกที่เราไปก็คือฉะเชิงเทราครับ
ทริปนี้เรามีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ไปไหว้หลวงพ่อโสธร ไปซื๊อมะม่วงกินและไปกินข้าวครับ (เอ๊ะ อันหลังนี่มันแปลกๆ เน๊าะ)
หลังจากที่สรงน้ำพระเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็เข้าไปในโบสถ์หลังใหม่เพื่อไปไหว้พระครับ สวยงามมั๊กๆ หลังจากที่เห็นสร้างมานาน บรรยากาศดีมีดนตรีไทยเปิดตลอดเวลาด้วย

หลังจากไหว้พระแล้วก็เป็นการกินครับ ของดีทางจังหวัดฉะเชิงเทราในยามนี้ก็คงไม่พ้นมะม่วงครับเพราะที่นี่เขาจะมีการจัดงานมะม่วงกันประจำทุกปีที่โรงเรียนวัดโสธรแห่งนี้ (แล้วมีแห่งอื่นอีกเร๊อะ!)
ปีนี้คนดูบางตาครับ ไม่แน่ใจว่าไปรับจ้างทำงานที่ไหนในช่วงสงกรานต์รึเปล่า(ล้อเล่นจ้า) ไม่ยอมมาช้อปช่วยชาวไร่กัน

มะม่วงปีนี้เริ่มมีความหลากหลายทางสายการผลิตลดลงครับ ประชากรมะม่วงส่วนใหญ่ที่ได้ขึ้นห้างจะเป็นน้ำดอกไม้กับเขียวเสวยครับแต่ก็ยังมีที่ให้ชื่นใจคือมีมะม่วงอกร่องขายกันหลายเจ้าอยู่ครับ


แต่สิ่งที่น่าชื่นใจที่สุดคือพี่ชาติคนนี้ครับ เดินถือข้าวเหนียวเปล่าหามะม่วงกินกันสดๆ เลยทีเดียว


พอได้มะม่วงกันจนเต็มที่ (ได้มาแค่ 5 กิโล แม้ไม่หมดกำลังทรัพย์แต่ก็หมดกำลังถือแล้วครับ) แล้วก็ถึงเวลาหาของกินกันครับ

ร้านที่นี่มีชื่อกันทุกร้าน แต่ถ้าเป็นชื่อร้านที่คนรู้จักเยอะๆ แล้วจากการ search ใน Internet ก็เห็นจากมีร้านกุ้งนางครับ ร้านนี้ค่อนข้างอยู่มานานแล้วหาชื่อร้านเจอในโปรแกรม Nokia Map ด้วยล่ะ แต่พวกเราก็ไม่ได้ไปกินร้านนี้กันครับ!! (แล้วจะเล่าทำไม่เนี่ย) เราไปกินร้านเพื่อนน้ำชวนชิมกัน (ชื่อร้านอะไรไม่รู้รสชาดไม่เด็ดมากจึงขอสงวนนามไว้ ใครซวยไปกินก็ฟาดเคราะห์กันไปน้า)
แต่ประเด็นที่ point (กว่าจะมาถึงได้เน๊าะ) ก็คือกุ้งครับ กุ้งมันมีหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ ถ้าเล็กกว่านี้ไม่ขอรับรู้ว่าเป็นกุ้ง กินแล้วยังไม่ติดเป็นขี้ฟัน


อาหารอื่นก็งั้นๆ ครับกินกุ้งอร่อยกว่าเย้อะ!!!

แต่กระนั้นพี่ดาวกับเพื่อนน้ำก็ส่ายหัวครับ บอกว่ากินกุ้งที่สิงห์บุรีตัวใหญ่กว่านี้อีก ตัวใหญ่และอร่อยมาก ก็จึงเป็นที่มาของทริปนี้ครับ แต่น แตน แต้น....

ไปกินกุ้งที่สิงห์บุรีคร้าบ...

Trip นี้มีก๊วนเดิมครับ ยกเว้นเปลี่ยนจากพี่ชาติกลายเป็นเพื่อนลุงแทนครับ
ร้านนี้ชื่อร้านทองชุบครับเปิดมานานละ (เห็นคนแถวนี้บอกว่าเปิดมาตั้งแต่เช้า)
กุ้งร้านนี้ก็ตัวโตอีกแล้วครับ แถมอร่อยเหมือนกันด้วย ที่ร้านนี้เหนือกว่าเห็นจะเป็นอาหารครับ รสชาดดีไปโม้ด โดยเฉพาะฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อนครับได้ใจมากๆ ของร้านนี้เขาจะทำเป็นแกงใส่เนื้อปลาล้วนๆ นุ๊มนุ่มอร่อยมาก ถ้าไม่กลัวหัวใจวายตายนี่นะ จะซดน้ำแกงให้หมดเลย (ขนาดกินกุ้งมาสองมื้อแล้วนะนี่) พี่ดาวกับเพื่อนน้ำก็ยังบอกว่าวันนี้กุ้งตัวเล็กอ่ะ ปกติจะตัวโตกว่านี้อีก (โหนี่เขาคงเอาไว้เฝ้าบ้านแทนแล้วล่ะม้าง ยังจะมีตัวโตกว่านี้อีกเหรอ!!)

จากนั้นพี่ดลก็พาไปดูวัดไหว้พระกันอีกครับ แน่นอนว่ามาสิงห์บุรีแล้วก็ต้องมาไหว้พระนอนครับที่วัดนี้นอกจากมีพระปางไสยาสน์ที่องค์ใหญ่มากแล้วนะครับ ยังมีพระพุทธรูปหลวงพ่อแก้วกับหลวงพ่อกาญที่เป็นพระประทานในพีธีถือน้ำพิพัฒสัตยาอีกด้วยครับ (เพิ่งรู้นะเนี่ย) และจากนั้นก็ไปไหว้พระอีกวัดที่วัดพิกุลทอง ที่นี่มีพระพุทธรูปใหญ่มากครับ ในวัดก็มีบ่อให้อาหารปลากันด้วยครับ มีปลาสวายเผือกในบ่อตั้ง 4 ตัวแน่ะตัวโตมาก

สำหรับทริปที่สองนี้ของทำเป็น slide show แทนครับ เดี๋ยวกระทู้นี้จะยาวเยื้อยยาดยือย้วยจนเกินไปนะคร้าบ


ปล. มะม่วง 5 กิโลนั้นปลอดกินไม่ทันเน่าไป 4 ลูกค้าบ ฮือ ฮือ ฮือ

edit @ 20 Apr 2009 01:04:18 by Tarlabgab Frostwhisper

2000 บาท...

posted on 07 Apr 2009 00:22 by tarlabgab

ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะมาพูดเรื่องการเมืองการมุ้งอะไรนะครับ เพียงแต่ว่าไม่รู้จะเอา cheque 2,000 บาทไปทำอะไรจึงจะช่วยชาติมากที่สุดครับ มองไม่ทางซ้ายทางขาวก็มีแต่ให้ซื๊อของกินของใช้ทั้งนั้นเลย เน้นว่าเอาไปเสพให้เติมที่นะนู๋

เขาสุตส่าห์ไปเอาเงินมาแจกคนไทยแล้ว พี่น้องชาวไทยก็โดนจูงให้เอาไปจ่ายให้ต่างชาติที่มาเปิดห้างร้านในไทยต่ออีกครับ กลายเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจออกนอกชาติไป (อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะ ใครจะถอย Video มาดูหนัง... ก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ) มองยังไงก็เฉือนเนื้อตัวเองชัดๆ

ผมว่าเงิน 2,000 บาทนี่มันน่าจะเอาไม่ลงทุนให้งอกเงยขึ้นมาได้ แบบงอกเงยได้กำไรอะไรแบบเนี้ยะ (แม้มันจะไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไรในงบสองพันบาทก็ตาม) ห้างร้านต่างๆ น่าจะมีว่า มาเช่าแผง Cheque 2,000 มีค่าเป็น 4,000 อะไรแบบเนี้ยะ

แต่โดยส่วนตัวแล้วที่ผมก็อยู่ได้ด้วยเงินเดือนไปเรื่อยๆ นี่อ่ะนะ ผมว่าน่าจะเอา 2,000 บาทนี่ไปให้คนที่เขาจำเป็นจริงๆ ดีกว่า เช่น คนกรุงเทพที่มีอันจะกินไม่ตังการความช่วยเหลืออะไร (เอาแค่ 1% ก่อนละกัน) 70,000 x 2,000 = 140,000,000 เอาไปแทรกแซงราคาข้าวที่ตกต่ำ มาทำเป็นข้าวช่วยชาติ ไม่ต้องให้ชาวนาแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่กำหนดราคาขายเองไม่ได้ ชาวนาก็ไม่ต้องอยู่อดมื้อกินมื้อ ซื๊ออาหารดีๆ ให้ลูกกิน ลูกก็ไม่ขาดธาตุเหล็กไม่เป็นโลหิตจาง เรียนหนังสือได้เท่าคนกรุง คนหนุ่มสาวก็ไม่ต้องมาแออัดกันในกรุงเทพเพราะทำการเกษตรได้กำไรดีสมกับเป็นครัวของโลก กรุงเทพก็รถไม่ติดเพราะคนต่างจังหวัดก็ทำงานที่บ้านเกิดกันหมด ถนนโล่งเหมือนตอนสงกรานต์ น้ำมันก็ไม่เปลืองโลกก็ไม่ร้อน จะเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็สะดวกสบาย การท่องเที่ยวก็ยิ่งเจริญขึ้น ทุกคนก็มีความสุข (เว่อร์ไปมะนี่)

แนวคิดนี่อาจจะดูเป็น Utopia เกินไปหน่อยนะเพราะใครๆ ก็ต้องอยากได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้ ใครจะสละ 2,000 บาทในขณะที่คนอื่นๆ เขาได้กันหมดเน๊าะ ผลประโยชน์ของใครก็ต้องรักษาไว้ สิ่งที่ตัวเองเคยได้ ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วไม่ได้ใครจะยอมฮึ แต่ผมก็ยังอยากให้ทุกคนที่ไม่เดือดร้อนตังมีความคิดแนวๆ นี้มั่งอ่ะครับ คนอื่นจนเรารวย ถัวกันแล้วประเทศก็จนอยู่ดีล่ะคร้าบ...

จบเหอะ  เพ้อว่ ะ

edit @ 7 Apr 2009 00:58:16 by Tarlabgab Frostwhisper